เควอซิติน

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลการรักษาที่น่าทึ่งของมัน

เนื้อหาโดยสรุป

เควอซิตินคืออะไร

ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ประกอบด้วย “โพลีฟีนอล (Polyphenol)” กลุ่มใหญ่ที่มีอยู่ทั่วไปในพืชและทำหน้าที่ปกป้องและช่วยในการเติบโตของพืช

โพลีฟีนอล ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ กรดฟีนอลิก (phenolic acid) ลิกแนน (lignan) และสติลบีน (stillbene) มีการค้นพบโพลีฟีนอลมากกว่า 8,000 ชนิดแล้ว

หน้าที่ของพวกมันมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต การพัฒนา การสร้างเม็ดสี การป้องกันรังสียูวี การป้องกันตัวของพืช และพวกมันยังทำหน้าที่เป็นโมเลกุลส่งสัญญาณระหว่างพืชและจุลินทรีย์ เช่น ฟลาโวนอยด์ในฝ้ายมีบทบาทสำคัญในการผลิตเส้นใยฝ้าย เช่นเดียวกับการป้องกันเชื้อโรคและสัตว์กินพืช

บทบาทที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งของฟลาโวนอยด์คือเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างพืชและแบคทีเรียโดยการควบคุมการแสดงออกของยีนและการติดเชื้อของจุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจน (ไรโซเบีย) ซึ่งอาศัยอยู่บนรากของพืชบางชนิด พวกมันสามารถสกัดไนโตรเจนจากอากาศและเผาผลาญให้เป็นแอมโมเนีย ซึ่งพืชสามารถใช้ในการผลิตกรดอะมิโนพื้นฐาน (โปรตีน) ได้ จุลินทรีย์หลายชนิด รวมถึงแบคทีเรียและอาร์เคียสามารถ “ตรึงไนโตรเจน” (จากอากาศ) ได้ และเมื่อสัตว์ขับถ่าย ‘ของเสียที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์พลอยได้จากไนโตรเจน เช่น ยูเรีย จุลินทรีย์เหล่านี้จะแปลงกลับเป็นก๊าซไนโตรเจน (N2) เพื่อทำให้วงจรสมบูรณ์

โครงสร้างทางเคมีของฟลาโวนอยด์ประกอบด้วยโครงของคาร์บอน 15 อะตอม โดยมีวงแหวนเบนซีนสองวงอยู่ทั้งสองข้างเชื่อมโยงกับวงแหวนที่ 3 โดยเป็นสารประเภทต่าง ๆ อย่าง ฟลาโวน (เช่น ฟลาโวน อะพิเจนิน และลูทีโอลิน) ฟลาวานอล (เช่น เควอซิติน แคมพ์เฟอรอล ไมริเซติน และไฟเซติน) ฟลาวาโนน (เช่น ฟลาวาโนน เฮสเพอริติน และนารินเจนิน) และอื่น ๆ เช่น ฟลาวาโนน ฟลาวาโนนอล คาเทชิน แอนโทไซยานิน และ ชาลโคน

ฟลาโวนอยด์เป็นที่รู้จักกันในชื่อ อะไกลโคน (aglycone)

เจนีสติน (ถั่วเหลือง)

เควอซิติน

ฮอร์โมนเพศ

ฟลาโวนอยด์มีอยู่ในทุกส่วนของพืช ทั้งลำต้น ราก เมล็ด ดอกไม้ และในระดับความเข้มข้นที่สูงขึ้นในเซลล์ที่สังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อผลิตออกซิเจนและกลูโคส พวกมันมีหน้าที่ในการสร้างสีสันของดอกไม้และเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของสารอาหารสำหรับมนุษย์และสัตว์ ฟลาโวนอยด์ไม่เพียงแต่มอบสีและรสชาติให้พืชและผลไม้เท่านั้น แต่ยังจำเป็นในการป้องกันการเกิดออกซิเดชันของไขมัน และช่วยปกป้องวิตามิน เอนไซม์ และองค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ ในพืช ฟลาโวนอยด์ยังทำหน้าที่ปกป้องพืชจากความเครียดหลายประเภทโดยการกรองแสงยูวี โมเลกุลสัญญาณ สารประกอบอัลโลพาทิก (ยา) ไฟโตอะเลซิน (สารเคมีต้านจุลชีพ) สารล้างพิษ รวมถึงสารประกอบต้านจุลชีพอื่น ๆ เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้สามารถผลิตได้โดยพืชเท่านั้น จึงเรียกว่าไฟโตเคมิคอล (phytochemical). ดังนั้น หากพบฟลาโวนอยด์ในสัตว์แสดงว่าพวกมันมีต้นกำเนิดจากพืช (สัตว์กินเข้าไป) คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ของฟลาโวนอยด์สำหรับมนุษย์ที่รับประทานมันเข้าไป คือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ต้านการอักเสบ ป้องกันการกลายพันธุ์ รบกวนการสร้าง CFC และควบคุมการทำงานของเอนไซม์ที่สำคัญ ฟลาโวนอยด์บางประเภทเป็นไฟโตเอสโตรเจนเนื่องจากโครงสร้างของพวกมันคล้ายกับโครงของเอสโตรเจน ซึ่งทำให้พวกมันจับกับตัวรับเอสโตรเจนและปรับกิจกรรมของพวกมัน ฟลาโวนอยด์สามารถสร้างฤทธิ์เอสโตรเจนหรือต่อต้านเอสโตรเจนในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ไม่ใช่แค่ในมนุษย์ โดยขึ้นอยู่กับตัวรับ เจนีสติน (Genistein) เป็นไอโซฟลาโวนที่โดดเด่นและมีฤทธิ์ทางชีวภาพมากที่สุดในถั่วเหลือง โครงสร้างคล้ายคลึงกับ 17β-estradiol แต่มีความสัมพันธ์กับ ER-β มากกว่า ER-α ส่งผลให้การแพร่กระจายของเนื้องอกในเนื้อเยื่อเต้านมและต่อมลูกหมากลดลง ฟลาโวนอยด์ที่มีมากที่สุดในอาหารของมนุษย์ ได้แก่ ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง ฟลาโวนอล และฟลาโวน เควอซิติน (Quercetin) เป็นฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าฟลาวานอล นอกเหนือจากการทำงานต้านอนุมูลอิสระแล้ว พวกมันยังสามารถหยุดเซลล์ CFC ไม่ให้แบ่งตัวและยับยั้ง topoisomerase II ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ขัดขวางการซ่อมแซม DNA ที่นำไปสู่การตายของเซลล์ (apoptosis) ผลลัพธ์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการป้องกันและรักษามะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก ฟลาวานอล เช่น เควอซิติน แคมพ์เฟอรอล ไมริเซติน และไฟเซติน พบได้ในหัวหอม ผักเคล ผักกาดหอม มะเขือเทศ แอปเปิ้ล องุ่น และผลเบอร์รี่ รวมถึงชาและไวน์แดง นอกจากนี้ เนื่องจากพวกมันมีผลทางฮอร์โมนเอสโตรเจน ฟลาโวนอยด์จึงช่วยลดโรคกระดูกพรุน ดังนั้นจึงสามารถป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและอาการอื่น ๆ ของวัยหมดประจำเดือนได้ CYP19 หรืออะโรมาเทส (aromatase) เป็นสมาชิกของเอนไซม์ไซโตโครม P450 ในตับที่ถูกยับยั้งโดยฟลาโวนอยด์ เอนไซม์นี้แปลง C19 androgens (androstenedione และ testosterone) เป็น C18 estrogen (estrone และ estradiol) จึงทำให้ปริมาณเอสโตรเจนในเนื้อเยื่อลดลง นี่คือสิ่งที่ผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรมที่เรียกว่าสารยับยั้งอะโรมาเตสทำ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ รับประทานเควอซิติน 1 กรัมต่อวันถือว่าปลอดภัยและสามารถดูดซึมได้ 60% “ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา” สำหรับเควอซิติน ได้แก่ การต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันการอักเสบ และต่อต้านการแพร่กระจาย ดังนั้น CFC จึงไม่เติบโตควอซิตินถูกค้นพบว่าสามารถยับยั้ง CFC ในเต้านม ปอด ช่องจมูก (คอ) ไต ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ต่อมลูกหมาก ตับอ่อน รวมถึงรังไข่ เควอซิตินสามารถแทรกแซงการพัฒนา CFC ในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงช่วงลุกลามและแพร่กระจาย การศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่าการบริโภคเควอซิตินในปริมาณมากจากอาหารและความเสี่ยงที่ลดลงของ CFC หลายประเภทมีความเชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ตาม การดูดซึมทางปากที่ไม่ดีอาจเป็นข้อจำกัดในการใช้เควอซิตินเป็นอาหารเสริมได้ ดังนั้น เควอซิตินจึงสามารถให้ทางเส้นเลือดดำเพื่อให้แน่ใจว่าระดับการรักษาจะบรรลุผลเมื่อรักษา CFC เควอซิตินทางหลอดเลือดดำได้รับการยืนยันจากการศึกษาในมนุษย์ว่าปลอดภัยและสามารถเลือกพุ่งเป้าไปที่ CFC โดยไม่ทำร้ายเซลล์ที่มีสุขภาพดี ในการศึกษาหนึ่งของ Ferry และคณะ ได้ฉีดเควอซิตินเข้าเส้นเลือดดำในขนาด 60–2000 mg/m² โดยสรุปว่า 945 mg/m² เป็นขนาดยาที่ปลอดภัย ปริมาณที่สูงกว่านั้นจะเป็นพิษ ทำให้เกิดการอาเจียน ความดันโลหิตสูง ไตถูกทำลาย และโพแทสเซียมในเลือดลดลง

มีหลายวิธีที่เควอซิตินจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีเซลล์ CFC

บรรเทาอาการที่เกิดจาก CFCs และการรักษาแบบเดิม ๆ

ผู้ที่เข้ารับการเคมีบำบัดจะต้องเผชิญกับผลข้างเคียงมากมาย เช่น อาการคลื่นไส้ เหนื่อยล้า และสูญเสียกล้ามเนื้อ อาการเหล่านี้เกิดจาก proinflammatory cytokines ที่ผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการรักษา ผลกระทบของ cytokines เหล่านี้สามารถเพิ่มการลุกลามของ CFC ได้อีก รวมถึงความเสี่ยงของ CFC ที่จะกลับมาอีกหลังการรักษา การศึกษาในผู้ที่มี CFC ในลำไส้ใหญ่และทวารหนัก การบริโภคเควอซิตินจากอาหารในปริมาณมากมีความสัมพันธ์กับระดับ proinflammatory cytokine interleukin-6 (IL-6) ที่ลดลงและความเสี่ยงที่ลดลงในการเกิด CFC ซ้ำ ในการศึกษาอีกฉบับหนึ่งพบว่าเควอซิตินช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อที่เกิดจากเคมีบำบัด ผู้ที่มี CFC มักจะมีระดับเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ CFC ใช้เพื่อซ่อนตัวเองจากระบบภูมิคุ้มกันและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย นั่นทำให้บุคคลมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากลิ่มเลือดอุดตัน (fatal thrombosis) เควอซิตินมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด และในผู้ที่มี CFC มาก การรักษาด้วยเควอซิตินช่วยลดความเสี่ยงจากลิ่มเลือดอุดตันโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงของการตกเลือด

รองรับกระบวนการต้านอนุมูลอิสระและล้างพิษ

เควอซิตินสามารถป้องกันการเกิด CFC ได้โดยการช่วยร่างกายในการกำจัดสารก่อมะเร็งและอนุมูลอิสระที่เกิดจากออกซิเจน เควอซิตินกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ล้างพิษและต้านอนุมูลอิสระระยะที่ 2 เช่น glutathione-s-transferase (GST), NAD(P)H quinone reductase (NQO1) และ heme oxygenase (HO-1) ในเซลล์โดยการเพิ่มระดับของโปรตีน nuclear factor-E2-related factor-2 (Nrf2) ที่ควบคุมการผลิตเอนไซม์เหล่านี้

ป้องกันการเจริญเติบโตของเนื้องอกและการแพร่กระจาย

เควอซิตินถูกค้นพบว่าป้องกันการเติบโตของ CFC โดยรบกวนเส้นทางการส่งสัญญาณหลัก ๆ หลายเส้นทาง เส้นทางหนึ่งที่เควอซิตินสกัดกั้นนั้นถูกไกล่เกลี่ยโดยเป้าหมายของยาราปามัยซินในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(mTOR) ซึ่งควบคุมเส้นทางที่สำคัญในการเจริญเติบโตของเซลล์และถูกกระตุ้นมากเกินไปใน CFC เป็นที่ทราบกันดีว่าเควอซิตินยับยั้งการเจริญเติบโตของ CFC โดยการเข้าขวางการทำงานของวัฏจักรที่จำลองจากเซลล์ปกติโดยตรง เควอซิตินแสดงให้เห็นว่ามันสามารถหยุดวัฏจักรของเซลล์ในระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการแบ่งตัวของเซลล์ได้ เควอซิตินยังกระตุ้นการทำงานของ AMP-activated protein kinase (AMPK) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ของพลังงานเซลล์ (ATP) และยับยั้งการเพิ่มจำนวนเซลล์เมื่อระดับพลังงานต่ำ การสูญเสียการส่งสัญญาณ AMPK ใน CFC ช่วยให้ CFC สามารถรักษาอัตราการเผาผลาญและการเติบโตในระดับสูง ซึ่งเควอซิตินสามารถช่วยแก้ไขกระบวนการดังกล่าว เควอซิตินยังสามารถลดการแสดงออกของตัวรับหลายตัวสำหรับ growth factors ที่ CFC จำเป็นต้องใช้ในการพัฒนา หนึ่งคือ human epidermal growth factor receptor 2 (Her-2/neu) ซึ่งมีการแสดงออกมากเกินไปใน CFC เต้านมบางชนิด การศึกษาชี้ให้เห็นว่าเควอซิตินสามารถต้านทานการเติบโตของ CFC เต้านมได้ด้วยการแข่งกับเอสโตรเจนเพื่อจับกับตัวรับเอสโตรเจน (ER) CFC เต้านมส่วนใหญ่แสดง ER บนเยื่อหุ้มเซลล์ แต่ตัวรับเหล่านี้เกิดขึ้นใน CFC ประเภทอื่นเช่นกัน เช่น CFC ปอด ER มักถูกกำหนดเป้าหมายด้วยยาทาม็อกซิเฟน (tamoxifen) ซึ่งเป็นสารต่อต้านเอสโตรเจน ในการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ ทาม็อกซิเฟนและเควอซิตินในการจับ ER และตัวรับอื่นที่เรียกว่า type II estrogen-binding site (type II EBS) แสดงให้เห็นว่าเควอซิตินมีความสามารถในการจับกับตัวรับและยับยั้งการเติบโตของ CFC ได้เท่ากันหรือดีกว่าทาม็อกซิเฟน การศึกษาพบว่าเควอซิตินสามารถต้านทานการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้โดยการยับยั้งไกลโคไลซิส ซึ่งเป็นวิธีหลักในการผลิตพลังงานของ CFC เควอซิตินทำเช่นนั้นได้โดยการลดปริมาณตัวขนส่งกลูโคส (GLUT1) และทำให้เซลล์ดูดซึมกลูโคสลดลง นอกจากนี้ การผลิตกรดแลคติคโดย CFC ก็ลดลงอันเป็นผลมาจากระดับเอนไซม์ lactate dehydrogenase A (LDHA) ที่ลดลงเพราะเควอซิติน ผลลัพธ์เหล่านี้เผยให้เห็นว่าการจำกัดการผลิตไกลโคไลซิสและกรดแลกติกทำให้เควอซิตินสามารถลดความสามารถของ CFC ทั้งในการผลิตพลังงานและสร้างสภาวะแวดล้อมของเซลล์มะเร็งที่เป็นกรด อีกวิธีหนึ่งที่เควอซิตินแสดงให้เห็นว่ามันจำกัดการผลิตพลังงานและการเติบโตของ CFC ก็คือการขัดขวางการรับธาตุเหล็กของ CFC ธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการต่างๆ ของเซลล์ รวมถึงการสังเคราะห์ DNA และการผลิตพลังงาน เนื่องจากการจำลองตัวเองอย่างรวดเร็วและการสังเคราะห์ DNA ทำให้ CFC ต้องการธาตุเหล็กมากกว่าเซลล์ที่มีสุขภาพดี CFC จึงไวต่อการขาดธาตุเหล็กมากกว่า เป็นที่รู้กันว่าเควอซิตินทำหน้าที่เป็นคีเลเตอร์ธาตุเหล็กได้อย่างดี จากการศึกษาพบว่าเควอซิตินได้ป้องกันการแพร่กระจายของ CFC โดยการกำจัดธาตุเหล็กออกไปผ่านการคีเลชั่น เควอซิตินยังสามารถยับยั้งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน hypoxia-inducible factor-1 α (HIF-1α) ที่ ทำงานในเซลล์ CFC เพื่อตอบสนองต่อออกซิเจนในระดับต่ำ (ภาวะขาดออกซิเจน) การดูดซึมและการสะสมธาตุเหล็กที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับ HIF-1α HIF-1α ที่ทำงานอยู่ (active) ทำให้ CFC ผลิต vascular endothelial growth factor (VEGF) ซึ่งกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดรอบๆ CFC เพิ่มขึ้น วิธีนี้ช่วยให้สาร CFC ได้รับกลูโคสมากขึ้นและยังมีเส้นทางใหม่ในการแพร่กระจาย เควอซิตินแสดงให้เห็นว่ามันสามารถลดการผลิต VEGF และยับยั้งการแพร่กระจายของ CFCs เควอซิตินยังช่วยป้องกันไม่ให้ CFC ผลิตเอนไซม์ที่เรียกว่า matrix metalloproteinases (MMP) ซึ่งจำเป็นต่อการแพร่กระจายของเซลล์ด้วย เอนไซม์เหล่านี้มีหน้าที่ในการย่อยสลายโปรตีนที่ยึดเซลล์และเนื้อเยื่อไว้ด้วยกัน เซลล์ที่มีสุขภาพดีใช้ MMP ในการฟื้นฟูและปรับปรุงโครงสร้างตัวเอง แต่เซลล์ CFC มีการผลิต MMP มากเกินไปและ MMP ถูกใช้เพื่อแบ่งเนื้อเยื่อเป็นส่วน ๆ (breakdown) สำหรับการบุกรุกและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ

เหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์อย่างเป็นระบบ (apoptosis)

เควอซิตินแสดงให้เห็นว่ามันสามารถส่ง CFC เข้ากระบวนการการตายของเซลล์อย่างเป็นระบบ (apoptosis) CFC ได้ โดยการออกฤทธิ์ในหลายวิถีทางที่มีการเปลี่ยนแปลงใน CFC หนึ่งในนั้นคือทางเดินสัญญาณ Akt/PKB ที่เควอซิตินยับยั้ง ปกติแล้วทางเดินสัญญาณ Akt/PKB จะถูกควบคุมโดยยีน PTEN ที่ทำให้เซลล์สามารถควบคุมวงจรการแบ่งตัวและการตายของเซลล์ได้ PTEN ที่ไม่ทำงาน (inactive) เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยที่สุดในการแสดงออกทางพันธุกรรมใน CFC ผลลัพธ์ก็คือทางเดินสัญญาณ Akt/PKB ทำงานอย่างต่อเนื่อง ทางเดินสัญญาณ Akt/PKB ที่ทำงานอย่างหนักทำให้เซลล์แบ่งตัวอย่างรวดเร็วและสูญเสียความสามารถในการตายเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับอัตราการรอดชีวิตที่ลดลง การดื้อฮอร์โมนและเคมีบำบัดในผู้ที่มี CFC เควอซิตินช่วยให้การตายของเซลล์ CFC ผ่านการยับยั้ง nuclear factor-kappa B (NF-κB) NF-κB ทำให้ความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและการอักเสบลดลง และมันยังควบคุมยีนหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับการตายของเซลล์ซึ่งเรียกว่าสารยับยั้งการตายของเซลล์ (inhibitors of apoptosis –IAPs) และ B-cell lymphoma-2 (Bcl-2) นอกจากนี้ เควอซิตินยังแสดงให้เห็นว่ามันกระตุ้นการทำงานของตัวยับยั้งเนื้องอก tumor suppressor p53 ซึ่งมีหน้าที่กระตุ้นการตายของเซลล์เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันต่าง ๆ แต่มักไม่ทำงาน (inactivate) เมื่ออยู่ในเซลล์ CFC CFC มีความไวต่อความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นมากกว่าเซลล์ปกติ ดังนั้นจึงสามารถเลือกพุ่งเป้าได้ เควอซิตินถูกพบว่าทำให้ CFC ตายได้โดยการเพิ่มความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันภายใน CFC ความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่สะสมจะทำให้กลูตาไธโอนหมดไปและเซลล์ก็ตายเพราะความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น การศึกษาพบว่าการตายของเซลล์เนื่องจากความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทำงานร่วมกันมากขึ้นเมื่อเควอซิตินถูกรวมเข้ากับเคอร์คูมิน เควอซิตินก็สามารถกำจัดสเต็มเซลล์ CFC ได้เช่นเดียวกับเคอร์คูมิน

ปรับเปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกัน

การศึกษาเชิงทดลองแสดงให้เห็นว่าเควอซิตินสามารถเปลี่ยนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเนื้องอกได้ ผลลัพธ์ดังกล่าวถูกพบในระดับความเข้มข้นของเควอซิตินที่สามารถบรรลุได้ด้วยการรับประทาน โดยไม่จำเป็นต้องให้ผ่านทางหลอดเลือดดำ ดังนั้นการรับประทานเควอซิตินเป็นประจำทุกวันจึงถือเป็นการเสริมภูมิคุ้มกันได้ เควอซิตินสามารถควบคุมการแยกความแตกต่างของ helper T lymphocytes (Th) เซลล์ Th สามารถแบ่งออกเป็นเซลล์ Th-1 หรือ Th-2 ที่แตกต่างกันโดยไซโตไคน์ที่พวกมันสร้างขึ้นและผลของพวกมันต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์ Th-1 ผลิต interleukin 2, IFNγ และ IL-12 และเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต้านเนื้องอก อย่างไรก็ตาม สภาวะรอบ ๆ CFC (สภาวะแวดล้อมของเซลล์มะเร็ง) ทำให้เซลล์ Th แยกตัวเป็นเซลล์ Th2 ที่ผลิตไซโตไคน์ IL-4, IL-5, IL-6 และ IL-10 และไม่สามารถกำจัด CFC ได้ สภาวะแวดล้อมของเซลล์มะเร็งที่ถูกควบคุมโดยเซลล์ Th2 มีความสัมพันธ์กับเนื้องอกที่รองรับภูมิคุ้มกันและการแพร่กระจาย เควอซิตินแสดงให้เห็นว่าสามารถต่อต้านกระบวนการนี้ได้โดยการเพิ่มการแสดงออกของยีนและการผลิตไซโตไคน์ Th-1 IFNγ และลดการผลิตไซโตไคน์ IL-4 ที่ได้มาจาก Th-2 ดังนั้น เควอซิตินจึงสามารถปรับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันให้เป็น Th1 ซึ่งจะควบคุมการตอบสนองต่อการต่อต้านเนื้องอกโดยควบคุมการผลิตไซโตไคน์

สรุป

ฟลาโวนอยด์ เช่น เควอซิตินและถั่วเหลืองต้องได้รับการพิจารณาว่าเป็นการบำบัดที่ขาดไม่ได้ในการกำจัด CFC รวมทั้งช่วยป้องกันไม่ให้แพร่กระจาย หากยารักษาโรคสามารถให้ผลประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางเช่นเดียวกับฟลาโวนอยด์เหล่านี้ ยาเหล่านั้นจะกลายเป็น “สินค้าขายดี” อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ยาสังเคราะห์ที่ผลิตโดยบริษัทยาเหล่านี้มักจะให้ผลที่เป็นประโยชน์เพียงประการเดียวและมีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์หลายประการ เรียกว่า ผลข้างเคียง
อ่านเพิ่มเติม ย่อเนื้อหา

อ้างอิง

Bobe G, Albert PS, Sansbury LB, Lanza E, Schatzkin A, Colburn NH, Cross AJ. Interleukin-6 as a potential indicator for prevention of high-risk adenoma recurrence by dietary flavonols in the polyp prevention trial. Cancer Prev Res (Phila). 2010 Jun;3(6):764-75. doi: 10.1158/1940-6207.CAPR-09-0161. Epub 2010 May 18. PMID: 20484173; PMCID: PMC2881177.

Boly R, Gras T, Lamkami T, Guissou P, Serteyn D, Kiss R, Dubois J. Quercetin inhibits a large panel of kinases implicated in cancer cell biology. Int J Oncol. 2011 Mar;38(3):833-42. doi: 10.3892/ijo.2010.890. Epub 2010 Dec 27. PMID: 21206969.

Bruning A. Inhibition of mTOR signaling by quercetin in cancer treatment and prevention. Anticancer Agents Med Chem. 2013 Sep;13(7):1025-31. doi: 10.2174/18715206113139990114. PMID: 23272907.

Collins-Burow BM, Burow ME, Duong BN, McLachlan JA. Estrogenic and antiestrogenic activities of flavonoid phytochemicals through estrogen receptor binding-dependent and -independent mechanisms. Nutr Cancer. 2000;38(2):229-44. doi: 10.1207/S15327914NC382_13. PMID: 11525602.

Deng XH, Song HY, Zhou YF, Yuan GY, Zheng FJ. Effects of quercetin on the proliferation of breast cancer cells and expression of survivin in vitro. Exp Ther Med. 2013 Nov;6(5):1155-1158. doi: 10.3892/etm.2013.1285. Epub 2013 Sep 3. PMID: 24223637; PMCID: PMC3820718.

Du G, Lin H, Wang M, Zhang S, Wu X, Lu L, Ji L, Yu L. Quercetin greatly improved therapeutic index of doxorubicin against 4T1 breast cancer by its opposing effects on HIF-1α in tumor and normal cells. Cancer Chemother Pharmacol. 2010 Jan;65(2):277-87. doi: 10.1007/s00280-009-1032-7. PMID: 19466611.

Ekström AM, Serafini M, Nyrén O, Wolk A, Bosetti C, Bellocco R. Dietary quercetin intake and risk of gastric cancer: results from a population-based study in Sweden. Ann Oncol. 2011 Feb;22(2):438-43. doi: 10.1093/annonc/mdq390. Epub 2010 Aug 5. PMID: 20688844; PMCID: PMC3030468.

Erdogan S, Turkekul K, Dibirdik I, Doganlar O, Doganlar ZB, Bilir A, Oktem G. Midkine downregulation increases the efficacy of quercetin on prostate cancer stem cell survival and migration through PI3K/AKT and MAPK/ERK pathway. Biomed Pharmacother. 2018 Nov;107:793-805. doi: 10.1016/j.biopha.2018.08.061. Epub 2018 Aug 22. PMID: 30142541.

Ferry DR, Smith A, Malkhandi J, Fyfe DW, deTakats PG, Anderson D, Baker J, Kerr DJ. Phase I clinical trial of the flavonoid quercetin: pharmacokinetics and evidence for in vivo tyrosine kinase inhibition. Clin Cancer Res. 1996 Apr;2(4):659-68. PMID: 9816216.

George G. J. M. Kuiper, Josephine G. Lemmen, Bo Carlsson, J. Christopher Corton, Stephen H. Safe, Paul T. van der Saag, Bart van der Burg, Jan-Åke Gustafsson, Interaction of Estrogenic Chemicals and Phytoestrogens with Estrogen Receptor β, Endocrinology, Volume 139, Issue 10, 1 October 1998, Pages 4252–4263, https://doi.org/10.1210/endo.139.10.6216

Gulati N, Laudet B, Zohrabian VM, Murali R, Jhanwar-Uniyal M. The antiproliferative effect of Quercetin in cancer cells is mediated via inhibition of the PI3K-Akt/PKB pathway. Anticancer Res. 2006 Mar-Apr;26(2A):1177-81. PMID: 16619521.

Hashemzaei M, Delarami Far A, Yari A, Heravi RE, Tabrizian K, Taghdisi SM, Sadegh SE, Tsarouhas K, Kouretas D, Tzanakakis G, Nikitovic D, Anisimov NY, Spandidos DA, Tsatsakis AM, Rezaee R. Anticancer and apoptosis‑inducing effects of quercetin in vitro and in vivo. Oncol Rep. 2017 Aug;38(2):819-828. doi: 10.3892/or.2017.5766. Epub 2017 Jun 28. PMID: 28677813; PMCID: PMC5561933.

Hodek P, Trefil P, Stiborová M. Flavonoids-potent and versatile biologically active compounds interacting with cytochromes P450. Chem Biol Interact. 2002 Jan 22;139(1):1-21. doi: 10.1016/s0009-2797(01)00285-x. PMID: 11803026.

Huang YT, Hwang JJ, Lee PP, Ke FC, Huang JH, Huang CJ, Kandaswami C, Middleton E Jr, Lee MT. Effects of luteolin and quercetin, inhibitors of tyrosine kinase, on cell growth and metastasis-associated properties in A431 cells overexpressing epidermal growth factor receptor. Br J Pharmacol. 1999 Nov;128(5):999-1010. doi: 10.1038/sj.bjp.0702879. PMID: 10556937; PMCID: PMC1571723.

Hwang MK, Song NR, Kang NJ, Lee KW, Lee HJ. Activation of phosphatidylinositol 3-kinase is required for tumor necrosis factor-alpha-induced upregulation of matrix metalloproteinase-9: its direct inhibition by quercetin. Int J Biochem Cell Biol. 2009 Jul;41(7):1592-600. doi: 10.1016/j.biocel.2009.01.014. Epub 2009 Jan 29. PMID: 19401153.

Jia L, Huang S, Yin X, Zan Y, Guo Y, Han L. Quercetin suppresses the mobility of breast cancer by suppressing glycolysis through Akt-mTOR pathway mediated autophagy induction. Life Sci. 2018 Sep 1;208:123-130. doi: 10.1016/j.lfs.2018.07.027. Epub 2018 Jul 17. PMID: 30025823.

Kim HJ, Kim SK, Kim BS, Lee SH, Park YS, Park BK, Kim SJ, Kim J, Choi C, Kim JS, Cho SD, Jung JW, Roh KH, Kang KS, Jung JY. Apoptotic effect of quercetin on HT-29 colon cancer cells via the AMPK signaling pathway. J Agric Food Chem. 2010 Aug 11;58(15):8643-50. doi: 10.1021/jf101510z. PMID: 20681654.

Lam TK, Rotunno M, Lubin JH, Wacholder S, Consonni D, Pesatori AC, Bertazzi PA, Chanock SJ, Burdette L, Goldstein AM, Tucker MA, Caporaso NE, Subar AF, Landi MT. Dietary quercetin, quercetin-gene interaction, metabolic gene expression in lung tissue and lung cancer risk. Carcinogenesis. 2010 Apr;31(4):634-42. doi: 10.1093/carcin/bgp334. Epub 2009 Dec 31. PMID: 20044584; PMCID: PMC2847089.

Lei CS, Hou YC, Pai MH, Lin MT, Yeh SL. Effects of quercetin combined with anticancer drugs on metastasis-associated factors of gastric cancer cells: in vitro and in vivo studies. J Nutr Biochem. 2018 Jan;51:105-113. doi: 10.1016/j.jnutbio.2017.09.011. Epub 2017 Sep 28. PMID: 29125991.

Li Y, Yao J, Han C, Yang J, Chaudhry MT, Wang S, Liu H, Yin Y. Quercetin, Inflammation and Immunity. Nutrients. 2016 Mar 15;8(3):167. doi: 10.3390/nu8030167. PMID: 26999194; PMCID: PMC4808895.

Lin CW, Hou WC, Shen SC, Juan SH, Ko CH, Wang LM, Chen YC. Quercetin inhibition of tumor invasion via suppressing PKC delta/ERK/AP-1-dependent matrix metalloproteinase-9 activation in breast carcinoma cells. Carcinogenesis. 2008 Sep;29(9):1807-15. doi: 10.1093/carcin/bgn162. Epub 2008 Jul 14. PMID: 18628248.

Mahmoud AM, Al-Alem U, Ali MM, Bosland MC. Genistein increases estrogen receptor beta expression in prostate cancer via reducing its promoter methylation. J Steroid Biochem Mol Biol. 2015 Aug;152:62-75. doi: 10.1016/j.jsbmb.2015.04.018. Epub 2015 Apr 27. PMID: 25931004; PMCID: PMC4501888.

Maurya AK, Vinayak M. Quercetin regresses Dalton’s lymphoma growth via suppression of PI3K/AKT signaling leading to upregulation of p53 and decrease in energy metabolism. Nutr Cancer. 2015;67(2):354-63. doi: 10.1080/01635581.2015.990574. Epub 2015 Feb 6. PMID: 25658812.

Mbachu OC, Howell C, Simmler C, Malca Garcia GR, Skowron KJ, Dong H, Ellis SG, Hitzman RT, Hajirahimkhan A, Chen SN, Nikolic D, Moore TW, Vollmer G, Pauli GF, Bolton JL, Dietz BM. SAR Study on Estrogen Receptor α/β Activity of (Iso)flavonoids: Importance of Prenylation, C-Ring (Un)Saturation, and Hydroxyl Substituents. J Agric Food Chem. 2020 Sep 30;68(39):10651-10663. doi: 10.1021/acs.jafc.0c03526. Epub 2020 Sep 18. PMID: 32945668; PMCID: PMC8294944.

Mouria M, Gukovskaya AS, Jung Y, Buechler P, Hines OJ, Reber HA, Pandol SJ. Food-derived polyphenols inhibit pancreatic cancer growth through mitochondrial cytochrome C release and apoptosis. Int J Cancer. 2002 Apr 10;98(5):761-9. doi: 10.1002/ijc.10202. PMID: 11920648.

Mutlu Altundağ E, Yılmaz AM, Koçtürk S, Taga Y, Yalçın AS. Synergistic Induction of Apoptosis by Quercetin and Curcumin in Chronic Myeloid Leukemia (K562) Cells. Nutr Cancer. 2018 Jan;70(1):97-108. doi: 10.1080/01635581.2018.1380208. Epub 2017 Nov 21. PMID: 29161179.

Nair MP, Kandaswami C, Mahajan S, Chadha KC, Chawda R, Nair H, Kumar N, Nair RE, Schwartz SA. The flavonoid, quercetin, differentially regulates Th-1 (IFNgamma) and Th-2 (IL4) cytokine gene expression by normal peripheral blood mononuclear cells. Biochim Biophys Acta. 2002 Dec 16;1593(1):29-36. doi: 10.1016/s0167-4889(02)00328-2. PMID: 12431781.

Nam JS, Sharma AR, Nguyen LT, Chakraborty C, Sharma G, Lee SS. Application of Bioactive Quercetin in Oncotherapy: From Nutrition to Nanomedicine. Molecules. 2016 Jan 19;21(1):E108. doi: 10.3390/molecules21010108. PMID: 26797598; PMCID: PMC6273093.

Panche AN, Diwan AD, Chandra SR. Flavonoids: an overview. J Nutr Sci. 2016 Dec 29;5:e47. doi: 10.1017/jns.2016.41. PMID: 28620474; PMCID: PMC5465813.

Scambia G, Ranelletti FO, Benedetti Panici P, Piantelli M, Bonanno G, De Vincenzo R, Ferrandina G, Pierelli L, Capelli A, Mancuso S. Quercetin inhibits the growth of a multidrug-resistant estrogen-receptor-negative MCF-7 human breast-cancer cell line expressing type II estrogen-binding sites. Cancer Chemother Pharmacol. 1991;28(4):255-8. doi: 10.1007/BF00685531. PMID: 1879042.

Sliutz G, Karlseder J, Tempfer C, Orel L, Holzer G, Simon MM. Drug resistance against gemcitabine and topotecan mediated by constitutive hsp70 overexpression in vitro: implication of quercetin as sensitiser in chemotherapy. Br J Cancer. 1996 Jul;74(2):172-7. doi: 10.1038/bjc.1996.334. PMID: 8688318; PMCID: PMC2074570.

Tanigawa S, Fujii M, Hou DX. Action of Nrf2 and Keap1 in ARE-mediated NQO1 expression by quercetin. Free Radic Biol Med. 2007 Jun 1;42(11):1690-703. doi: 10.1016/j.freeradbiomed.2007.02.017. Epub 2007 Feb 28. PMID: 17462537.

Theodoratou E, Kyle J, Cetnarskyj R, Farrington SM, Tenesa A, Barnetson R, Porteous M, Dunlop M, Campbell H. Dietary flavonoids and the risk of colorectal cancer. Cancer Epidemiol Biomarkers Prev. 2007 Apr;16(4):684-93. doi: 10.1158/1055-9965.EPI-06-0785. PMID: 17416758.

Triantafyllou A, Liakos P, Tsakalof A, Chachami G, Paraskeva E, Molyvdas PA, Georgatsou E, Simos G, Bonanou S. The flavonoid quercetin induces hypoxia-inducible factor-1alpha (HIF-1alpha) and inhibits cell proliferation by depleting intracellular iron. Free Radic Res. 2007 Mar;41(3):342-56. doi: 10.1080/10715760601055324. PMID: 17364964.

Vafadar, A., Shabaninejad, Z., Movahedpour, A. et al. Quercetin and cancer: new insights into its therapeutic effects on ovarian cancer cells. Cell Biosci 10, 32 (2020). doi:10.1186/s13578-020-00397-0.

VanderVeen BN, Cardaci TD, Cunningham P, McDonald SJ, Bullard BM, Fan D, Murphy EA, Velázquez KT. Quercetin Improved Muscle Mass and Mitochondrial Content in a Murine Model of Cancer and Chemotherapy-Induced Cachexia. Nutrients. 2022 Dec 25;15(1):102. doi: 10.3390/nu15010102. PMID: 36615760; PMCID: PMC9823918.

Vidya Priyadarsini R, Senthil Murugan R, Maitreyi S, Ramalingam K, Karunagaran D, Nagini S. The flavonoid quercetin induces cell cycle arrest and mitochondria-mediated apoptosis in human cervical cancer (HeLa) cells through p53 induction and NF-κB inhibition. Eur J Pharmacol. 2010 Dec 15;649(1-3):84-91. doi: 10.1016/j.ejphar.2010.09.020. Epub 2010 Sep 19. PMID: 20858478.

Wang K, Liu R, Li J, Mao J, Lei Y, Wu J, Zeng J, Zhang T, Wu H, Chen L, Huang C, Wei Y. Quercetin induces protective autophagy in gastric cancer cells: involvement of Akt-mTOR- and hypoxia-induced factor 1α-mediated signaling. Autophagy. 2011 Sep;7(9):966-78. doi: 10.4161/auto.7.9.15863. Epub 2011 Sep 1. PMID: 21610320.

Xavier CP, Lima CF, Rohde M, Pereira-Wilson C. Quercetin enhances 5-fluorouracil-induced apoptosis in MSI colorectal cancer cells through p53 modulation. Cancer Chemother Pharmacol. 2011 Dec;68(6):1449-57. doi: 10.1007/s00280-011-1641-9. Epub 2011 Apr 11. PMID: 21479885.

Zand, R. S. R., Jenkins, D. J. A., & Diamandis, E. P. (2000). Steroid hormone activity of flavonoids and related compounds. Breast Cancer Research and Treatment, 62(1), 35–49. doi:10.1023/a:1006422302173

Zwicker JI, Schlechter BL, Stopa JD, Liebman HA, Aggarwal A, Puligandla M, Caughey T, Bauer KA, Kuemmerle N, Wong E, Wun T, McLaughlin M, Hidalgo M, Neuberg D, Furie B, Flaumenhaft R; CATIQ Investigators11. Targeting protein disulfide isomerase with the flavonoid isoquercetin to improve hypercoagulability in advanced cancer. JCI Insight. 2019 Feb 21;4(4):e125851. doi: 10.1172/jci.insight.125851. PMID: 30652973; PMCID: PMC6478409.

อ่านเพิ่มเติม ย่อเนื้อหา

You May Also Like

Ready To Redefine Your Views On Cancer Treatment?