โปรแกรมป้องกันโรคมะเร็ง

เนื้อหาโดยสรุป

โปรแกรมป้องกันโรคมะเร็ง
สุขภาพที่ได้จากการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

เหตุใดโปรแกรมการป้องกันจึงมีความจำเป็น

สิ่งใดจำเป็นต่อการฟื้นฟูให้กลับมามีสุขภาพที่ดี สิ่งนั้นก็จำเป็นต่อการรักษาสุขภาพเอาไว้ เราต้องจำไว้ว่ามีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะบรรลุการมีสุขภาพที่ดีได้ นั่นก็คือ การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี ไม่มีวิธีอื่นใดที่จะมีสุขภาพที่ดีได้อีก เราไม่สามารถซื้อ ต่อรองหรือเรียกร้องได้ แต่สุขภาพเป็นสิ่งที่ต้องได้รับมา

การคิดว่าเราจะเลิกทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพเมื่อเราได้รับสุขภาพที่ดีแล้วนั้นเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล ตัวอย่างเช่น หากคนที่มีเซลล์หมักเรื้อรัง (CFC) ในปอด หรือก็คือ “มะเร็ง” สูบบุหรี่ เขาจะได้รับคำแนะนำให้เลิกนิสัยนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษาตัวเขาเอง เขาคงจะไม่ถามว่าควรเลิกสูบบุหรี่ไปนานแค่ไหน เห็นได้ชัดว่าการกลับไปสู่นิสัยเดิมที่มีส่วนในการก่อมะเร็งจะส่งผลให้เกิดการกลับมาเป็นซ้ำ

เราอาศัยอยู่ในโลกสมัยใหม่ที่เป็นพิษอย่างมาก ตั้งแต่อากาศ น้ำไปจนถึงอาหารไปจนถึงการสัมผัสสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) ไปจนถึงสิ่งของภายในบ้านและนอกบ้านของเรา นอกจากนี้ เนื่องจากเราใช้ชีวิตแบบไม่เป็นธรรมชาติ (artificial) พวกเราส่วนใหญ่จึงไม่มีการขยับร่างกายยกเว้นในช่วงเวลาสั้น ๆ เราเข้านอนดึก เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตึกอาคารมากกว่าอยู่กับธรรมชาติ และเรามีข้อเรียกร้องที่ไม่พึงประสงค์มากมายอยู่ที่ตัวเรา ทั้งจากที่ทำงาน ที่บ้าน และหน่วยงานของรัฐในการเป็นประชาชนที่ดี ซึ่งล้วนส่งผลให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์มากมายของเรากับครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงานนั้นส่วนมากเป็นความสัมพันธ์ที่ “เป็นพิษ” หรือไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ผู้คนต้องเก็บกดอารมณ์ด้านลบเอาไว้ หรือในบางกรณีก็แสดงอารมณ์ในแง่ลบต่อผู้อื่นมากเกินไป มีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่รู้สึกหดหู่ วิตกกังวล โกรธหรือเศร้า และท้ายสุด เราก็กินสารที่ไม่ใช่อาหารที่ออกแบบมาเพื่อมนุษย์อย่างแท้จริง อันที่จริง “อาหาร” หลายอย่างที่เรากินอยู่ทุกวันมักมาในบรรจุภัณฑ์พร้อมฉลากอธิบายสิ่งที่อยู่ข้างใน สารส่วนใหญ่ที่อยู่ในรายการ “ส่วนผสม” นั้นเป็นชื่อสารเคมีที่เราออกเสียงหรือไม่เข้าใจเลยแต่เราก็รับประทานมันเข้าไปอยู่ดี เนื่องจากอาหารแปรรูปที่เรากินมีส่วนผสมที่เป็นพิษและมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำแล้ว เราจึงพบว่าบางทีเรารับประทานอาหารในปริมาณมากเกินไปและบ่อยเกินไปเนื่องจากคุณค่าทางโภชนาการนั้นต่ำเกินไปจนเราได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

เมื่อเรามองดูผู้คนรอบตัวเรา เราจะเห็นว่าหลายคนมีน้ำหนักเกินและดูสุขภาพไม่ดีในหลาย ๆ รูปแบบ หากมีใครนอนป่วยติดเตียงมาหนึ่งเดือนแล้ววันหนึ่งสามารถเดินไปขึ้นรถได้ เราก็จะถือว่าเขา/เธอกลับมา “สุขภาพดี” อีกครั้ง เพราะมาตรฐาน “สุขภาพ” ของเราเสื่อมถอยลงจนไม่มีจุดอ้างอิงมาวัดสุขภาพของเราเองอีกต่อไป นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่บริโภคสารเคมีสังเคราะห์ที่เรียกว่า “ยา” เนื่องจากร่างกายและจิตใจของพวกเขากำลังปรับตัวเข้ากับชีวิตแบบไม่เป็นธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดสิ่งที่วงการแพทย์เรียกว่า “โรค” เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ออทิสติก ซึมเศร้า วิตกกังวล สมาธิสั้น แพนิค อัลไซเมอร์ ฯลฯ หลายคนเรียนรู้ที่จะบรรเทาความเครียดทางจิตใจที่เกิดขึ้นโดยการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อความบันเทิงซึ่งมีแต่จะเพิ่มภาระให้กับชีวิตของพวกเขา

ในปัจจุบันไม่ว่าคนคนหนึ่งจะเติบโตในประเทศใด วัฒนธรรมส่วนใหญ่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน เนื่องจากเทคโนโลยีและสื่อทั่วโลกที่ส่งเสริมวิถีชีวิตแบบเดียวกัน วิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือยและหรูหราโดยเน้นการหาเงินเพื่อซื้อ “สิ่งของ” มากขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาเพียงหนึ่งร้อยปีเศษเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เปลี่ยนจากวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับเกษตรกรรมมาเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการเป็น “ผู้บริโภค” ตลอดจนระบบการศึกษา (โรงเรียน)ที่เน้น สอนทักษะพื้นฐานอย่างภาษาและคณิตศาสตร์ ตลอดจนวิชาอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวัยผู้ใหญ่ในอนาคต

วิธีใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

อย่างไรก็ตาม วิชาหนึ่งที่ไม่ได้ถูกบรรจุในหลักสูตรและไม่มีสอนในทุกโรงเรียนในทุกประเทศในโลก คือ “วิธีการใช้ชีวิต” และดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการปรับตัวทั้งทางสรีรวิทยาและจิตวิทยา จนก่อให้เกิด CFCs (มะเร็ง) ที่จริงแล้ว CFC เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของ 1 ใน 6 คนจากทั่วโลก และใน 21 ประเทศที่ถูกจัดอันดับให้เป็น “ประเทศที่มีรายได้สูง” นั้นพบว่าประเทศเหล่านี้มี CFC เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในขณะที่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางและต่ำ สาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งยังคงเป็น ‘โรค’ หัวใจ และ CFC เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองรองลงมา ยกตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักร 50% ของประชากร (ชายและหญิง) จะมีการก่อตัวของ CFC ในช่วงชีวิตของพวกเขา

โรงเรียนแห่งชีวิต

ด้วยเหตุนี้เราจึงได้พัฒนาหลักสูตรที่ไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังฝึกอบรมผู้คนถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี ไม่ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองใหญ่หรือในหมู่บ้านเล็ก ๆ ก็ตาม

School of Life ประกอบด้วยการศึกษาและการฝึกอบรมระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง หลักสูตรเหล่านี้ไม่เพียงแต่สอนวิธีการใช้ชีวิตโดยไม่ก่อให้เกิด CFC เท่านั้น แต่หลักสูตรมุ่งเน้นไปที่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้การเจ็บป่วยในโรคอื่นๆนั้นสามารถป้องกันได้ นั่นรวมถึงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล ฯลฯ

หลักสูตร:

การศึกษา

  • ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรและทำงานอย่างไร?
  • ร่างกายมนุษย์ต้องการอะไรเพื่อที่จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด?
  • สภาวะจิตใจที่แข็งแรงปราศจากอารมณ์ด้านลบคืออะไร?

การฝึกอบรม

  • วิธีคัดเลือกอาหารเพื่อสุขภาพเวลาไปซื้อของ
  • วิธีเตรียมอาหารสำหรับรับประทานให้อร่อยแต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการ
  • สุขอนามัยทั้งช่องปากและทางเดินอาหาร (ลำไส้)
  • การออกกำลังกายเคลื่อนไหว
  • โยคะ
  • การทำสมาธิหรือการเรียนรู้ที่จะจัดการความคิด
  • วิธีเชื่อมต่อกับธรรมชาติอีกครั้ง

การบำบัดที่มีให้บริการ

  • วารีบำบัดลำไส้ใหญ่
  • การบำบัดน้ำเหลือง

วิตามินบำบัดทางหลอดเลือดดำ (IV) ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) รายการต่อไปนี้:

  • วิตามินซี
  • กรดอัลฟ่าไลโปอิค
  • NAD+
  • โอโซน
  • คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า PEMF

ในการพิจารณาว่าวิตามินบำบัดทางหลอดเลือดดำและการบำบัดอื่น ๆ แนวทางใดที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียน ทีมแพทย์ของเราจะเป็นผู้กำหนดโดยใช้การวิเคราะห์การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการและกล้องจุลทรรศน์ดาร์กฟิลด์ (darkfield microscope) ในคลินิกของเรา รวมถึงการตรวจร่างกาย

หลักสูตรระดับกลางและระดับสูงจะมีไว้สำหรับนักเรียนที่สำเร็จหลักสูตรระดับต้น และจะประกอบด้วยการศึกษาที่ลึกมากขึ้นและการฝึกอบรมระดับสูงในห้องครัวและในห้องโยคะ

อ่านเพิ่มเติม ย่อเนื้อหา

You May Also Like

Ready To Redefine Your Views On Cancer Treatment?