โรงเรียนแห่งชีวิต

เนื้อหาโดยสรุป

โรงเรียนแห่งชีวิต

บางทีคำโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งซึ่งหลอมรวมเข้ากับข้อสมมติฐานของมวลมนุษยชาติก็คือ ‘สุขภาพที่ดีนั้นไม่อาจได้มา และโรคภัยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ ในความเป็นจริงนั้น ความเชื่อดังกล่าวฝังแน่นอยู่ในวัฒนธรรมของเรามากเสียจนเราถึงขั้นวางแผนจะเสียสุขภาพที่ดีและเตรียมตัวเจ็บป่วย เรายอมรับไปเสียแล้วว่าความเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่แน่นอนจนเราต้องซื้อ “ประกันสุขภาพ” (“ประกันโรค”) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ “การดูแลรักษา” ทางการแพทย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีค่าใช้จ่ายสูง

เมื่อเราได้รับการอบรมบ่มเพาะให้เตรียมพร้อมรับความเจ็บป่วยมาตั้งแต่แรกเกิด ก็เห็นได้ชัดเจนว่า เรามองว่าสุขภาพที่ดีนั้นจะอยู่กับเราเพียงแค่ชั่วคราวในช่วงต้นของชีวิต ฉะนั้นเราจึงเตรียมตนเองให้พร้อมสำหรับชีวิตที่วนเวียนกับความเจ็บป่วย การไปพบแพทย์ และการเข้าโรงพยาบาล แทนที่จะเป็นวัยเด็กที่ร่าเริงสดใส กระฉับกระเฉง และมีความฝันเต็มเปี่ยม ตามมาด้วยวัยผู้ใหญ่ที่มีประสิทธิผลและมีชีวิตชีวา ตลอดจนวัยชราที่ยังกระปรี้กระเปร่า

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ “โปรแกรม” ศึกษาอบรมเชิงวัฒนธรรมนี้ได้ผลดีมากเสียจนเราหันไปพึ่งพิง “วิทยาศาสตร์การแพทย์” และวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปในฐานะศาสนาของเรา. เราไม่ขอคำแนะนำจากนักบวชอีกต่อไป แต่เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ของเราแทน เราถึงขั้นไปที่ศูนย์ “โรค” (โรงพยาบาล) ตอนที่เราไม่ป่วยเพื่อ “ป้องกัน” ความเจ็บป่วยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงซึ่งรออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แล้วเราก็ได้รับสารเคมีสังเคราะห์ที่มีการจดสิทธิบัตรไว้เป็นรางวัล สิ่งนี้ทำให้เราหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะสามารถขจัดความเจ็บป่วยอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้ เราพาลูกๆ ของเราที่ทั้งเตะและกรีดร้องไปเข้ารับการตรวจสุขภาพ “เด็กอ่อน” และ “เด็กเล็ก” แล้วเด็ก ๆ ก็ได้รับการฉีดสารพิษซึ่งเขาบอกเราว่าจะป้องกันการเจ็บป่วยในอนาคตที่อาจรอคอยลูก ๆ ผู้มีชะตาต้องป่วยของเราอยู่

น่าเสียดายที่แผนปฏิบัติเหล่านี้มีแต่จะเร่งการมาถึงและทวีความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยที่เราเพียรพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต เราป่วย (ตามที่วางแผนไว้) และเราก็ไปพบแพทย์บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเราพบว่าตัวเองเข้ารับการรักษาที่เป็นพิษ และท้ายที่สุดก็เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ที่ซึ่งมาตรการอันเป็นเป็นพิษต่าง ๆ นานาถาโถมใส่เรา เราถูกป้อนด้วยสารเคมีที่เขาเรียกว่า “อาหาร” และสุดท้ายเครื่องมือทางการแพทย์ในแผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) ก็ “กลืน” เราเข้าไปทั้งตัว ปัจจุบันเราเกิดและตายในโรงพยาบาล และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการเข้าออกโรงพยาบาล ตั้งแต่ยังเป็นทารกและตลอดทุกช่วงวัยจนถึงวัยผู้ใหญ่

ผลที่ตามมาของกรอบความคิดที่ว่า “โรคภัยนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยง” ในวัฒนธรรมของเราก็คือ ความแก่และความเสื่อมถูกเร่งให้มาถึงเร็วขึ้น และส่วนท้าย ๆ ของชีวิตที่ต้องสั้นลงโดยไม่จำเป็นก็ดำเนินไปพร้อมกับความทุกข์ น่าเศร้าแต่ก็คาดเดาได้ที่คำทำนายนั้นกลายเป็นความจริง… เพราะนักเรียนเกือบทั้งหมดของ ‘โรงเรียนโรค’ ได้สำเร็จการศึกษาไปตามหลักสูตรที่วางไว้

ยาถอนพิษสำหรับการใช้ชีวิตตามข้อสมมุติฐานที่ประดิษฐ์ขึ้นเองและเป็นเท็จที่ว่า ความเจ็บป่วยรอเราทุกคนอยู่ ก็คือ Oasis School of Life

เราได้พัฒนา Oasis School of Life นี้ขึ้นเพื่อแก้ไขคำสอนเท็จเหล่านั้นให้ถูกต้อง และนำผู้คนกลับไปสู่เส้นทางแห่งความจริงที่ว่า ‘สุขภาพเป็นสิทธิโดยกำเนิดของเรา

หลักสูตร

หลักสูตรของโรงเรียนได้รับการออกแบบให้บรรลุเป้าหมายดังต่อไปนี้

A. ปรับฐานความรู้จากความเท็จให้เป็นความจริง (ฐานข้อมูล)
B. ได้ทักษะในการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดี
C. สัมผัสกับการมีสุขภาพที่ดี

A. การสร้างฐานความรู้ใหม่หรือ “การเรียนรู้ใหม่ (relearn)” ประกอบด้วยการบรรยายซึ่งครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับระบบความเชื่อพื้นฐานเรื่องชีวิตและสุขภาพ

  1. บทนำเกี่ยวกับ ‘ร่างกาย (Earthsuit)’ ของเรา
  2. ร่างกายนี้ต้องการสิ่งใดเพื่อการทำงานอย่างเหมาะสมที่สุด
  3. จะเติมเต็มความต้องการขั้นพื้นฐานของ ร่างกาย ได้อย่างไร
  4. อาหารมนุษย์คืออะไร
  5. การชะล้างสารพิษด้วยการงดอาหาร (fasting) และการใช้อาหารเหลว (การดื่มน้ำผลไม้ทดแทน)
  6. การกำจัดของเสีย…. วิธีรักษาสุขอนามัยสำหรับปลายท่อทั้งสองฝั่งของระบบทางเดินอาหารของเรา
  7. กิจวัตรและรูปแบบการนอนหลับอย่างเหมาะสมที่สุด
  8. การจัดการความเครียดและสุขภาวะที่ดีทางจิตใจและจิตวิญญาณ
  9. การหลีกเลี่ยงสารพิษจากสิ่งแวดล้อม
  10. การทำความเข้าใจพลวัตของความสัมพันธ์
  11. การเคลื่อนไหวร่างกาย (การออกกำลังกาย)


B. การบรรยายแต่ละครั้งจะเกี่ยวข้องกับการฝึกปฏิบัติเฉพาะด้านเพื่อให้เกิดทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตด้วยความรู้ใหม่นี้อย่างต่อเนื่อง

  1. ความสามารถในการเลือกและซื้ออาหารสำหรับมนุษย์ที่แท้จริง (ซื้อที่ไหนและอย่างไร)
  2. เตรียมอาหารโดยไม่ทำลายคุณค่าทางโภชนาการ

ทักษะที่จำเป็นต้องเรียนรู้

วิธีการเตรียมอาหารสดให้อร่อยพอ ๆ กับอาหารปรุงสุกโดยไม่ผ่านการหุงต้มอาหาร (8 หัวข้อ)

    • การขจัดน้ำออกจากอาหาร
    • น้ำสลัด 5 ชนิด
    • การหมัก
    • ของว่าง (8)
    • สมูทตี้และน้ำผลไม้ (8)
    • อาหารจากเมล็ดงอก
  1. การเคลื่อนไหวร่างกาย
    • เรียนรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐานที่สนับสนุนศาสตร์แห่งการเคลื่อนไหว ที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท และระบบอื่น ๆ ทั้งหมด
    • การยืดเหยียดและการเคลื่อนไหวร่างกาย
    • แบบฝึกการหายใจ
    • แบบฝึกการขยายและเคลื่อนย้ายพลังงาน
    • การเคลื่อนไหวร่างกายระยะสั้น


C. หากเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดข้างต้นแล้ว แต่ยังไม่สัมผัสถึงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ ก็ถือว่าได้เรียนรู้เพียงทฤษฎี …. ทฤษฎีเพียงอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนชีวิต…ประสบการณ์นั้นจำเป็นในการเติมเต็มทฤษฎีให้มีชีวิตและเรานำมาใช้ได้ เช่นเดียวกับที่ลมหายใจนั้นจำเป็นในการปลุกชีวิตให้แก่ร่างกายของเรา

  1. การเปิดประสบการณ์การล้างสารพิษด้วยน้ำผลไม้หรืองดอาหารด้วยน้ำดื่ม
  2. การสวนล้างลำไส้ใหญ่สัปดาห์ละสองครั้ง
  3. การระบายน้ำเหลืองด้วยมือและอุปกรณ์นำไฟฟ้าหลายครั้งต่อสัปดาห์และฟื้นฟูร่างกาย
  4. การเจริญสติและฝึกสมาธิ
  5. การเข้านอนเร็ว
  6. โปรแกรมพื้นฐานใช้เวลา 4 สัปดาห์ และมีโปรแกรมขั้นสูงเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมอีก 4 สัปดาห์

นี่คือโรงเรียนที่คุณต้องการที่จะสำเร็จการศึกษา

อ่านเพิ่มเติม ย่อเนื้อหา

You May Also Like

Ready To Redefine Your Views On Cancer Treatment?